ที่ปรึกษา รมช.คมนาคม ลุ้นเที่ยวบินตรงจากสิงคโปร์บินลงท่าอากาศยานหัวหิน ต้อนรับเปิดเมืองวันแรก 1 พฤศจิกายนนี้

รับฟัง Fm 102.75 MHz
http://ohmi-design.com:9366/7.h ห้างหุ้นส่วนจำกัด เลิศชัย เอ็นเตอร์เทนเมนท์ ติดต่อโฆษณา 0861446336 0624259246

แชร์ข่าวนี้

ภาพ-ข่าว สุรยุทธ ยงชัยยุทธ

วันที่ 24 กันยายน นายอุดร ออลสัน ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า หลังจากสถานการณ์โควิด 19 ส่งผลกระทบกับเมืองท่องท่องเที่ยวที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ และ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ตั้งแต่การระบาดเมื่อต้นปี 2563 แต่หลังจากรัฐบาลมีนโยบายเปิดเมืองหัวหินให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาเที่ยวหัวหิน – ชะอำได้โดยไม่ต้องกักตัว ทำให้หลายฝ่ายมั่นใจว่าบรรยากาศการท่องเที่ยวจะฟื้นตัว และ คาดว่าในวันเปิดเมืองหัวหิน 1 พฤศจิกายน นี้ จะมีเที่ยวบินปฐมฤกษ์ สำหรับสนามบินหัวหิน ที่บินตรงจากประเทศสิงคโปร์ ภายหลังนำส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ประชุมที่ท่าอากาศยานหัวหินร่วมกับผู้บริหารเครือ Phoenix Aviation International HKในฐานะผู้ลงนามความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อส่งเสริมด้านการตลาดส่งเสริมสายการบินระหว่างประเทศสำหรับท่าอากาศยานหัวหิน

นายอุดร กล่าวว่า นอกจากนั้นผู้เกี่ยวข้องได้ประชุมร่วมกับ 7 สายการบินจากบางกอกแอร์เวย์ สายการบินของประเทศสิงคโปร์ อินเดีย ฮ่องกง ประเทศจีน และอีก 270 บริษัทนำเที่ยวทั่วโลก เพื่อให้ทุกสายการบินและทุกบริษัททัวร์มั่นใจในระบบความปลอดภัยด้านสาธารณสุขและรับทราบข้อมูลความพร้อมของเมืองหัวหินภายใต้นโยบายเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติตั้งแต่วันที่1 พฤศจิกายน นี้ หากโครงการนี้ประสบผลสำเร็จจะมีรายได้จากการท่องเที่ยวในระยะยาวทั้ง จ.ประจวบคีรีขันธ์ และ จ.เพชรบุรี

นายศิริศักดิ์ ศิริมังคะลา รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า สำหรับการเปิดเมืองหัวหินมี คณะทำงาน 6 ด้าน ประกอบด้วยด้านแผนการกระจายวัคซีนและสุขอนามัย คณะทำงานด้านแผนการพัฒนาเมืองเพื่อรองรับการเป็นสมาร์ท ซิตี้ คณะทำงานด้านแผนการตลาดและแผนการสื่อสาร คณะทำงานด้านแผนเผชิญเหตุและบริหารความเสี่ยงในกรณีที่พบผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นถึงจำนวนตามหลักเกณฑ์ที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด คณะทำงานด้านแผนสร้างความเข้าใจให้คนในพื้นที่และนอกพื้นที่ และคณะทำงานด้านแผนปฏิบัติงานที่เป็นมาตรฐาน หรือ SOP คาดว่าการจัดทำแผนแล้วเสร็จภายในวันที่ 15 ตุลาคม 2564

นายศิริศักดิ์ กล่าวว่า การประชุมมีการจัดทำแบบประเมินตนเองเกี่ยวกับความพร้อมในการรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ เช่น การติดตามการบริหารจัดการ ดำเนินการ และกำกับติดตามตรวจสอบความพร้อมของกระบวนการทำงานและหน่วยงานต่างๆ ระบบการตรวจสอบผู้เดินทางจากทั้งในและต่างประเทศ ความพร้อมของสถานประกอบการและประชาชน การจัดตั้งศูนย์สั่งการเพื่อควบคุมกำกับดูแลนักท่องเที่ยวต่างชาติ การเตรียมความพร้อมด้านการแพทย์และสาธารณสุข ระบบการตรวจสอบเอกสารการฉีดวัคซีนและเอกสารแสดงผลการตรวจหาเชื้อโควิด 19 มีหน่วยปฏิบัติการควบคุมโรคสามารถควบคุมและป้องกันโควิด 19 ภายใน 12 ชม.

“ มีห้องปฏิบัติการตรวจหาเชื้อโควิด 19 เพื่อให้บริการเพียงพอกับจำนวนตัวอย่างจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ การเตรียมความพร้อมของสถานประกอบการ ที่ต้องได้รับมาตรฐานตามที่กำหนด การสื่อสารความเสี่ยงเพื่อสร้างความเข้าใจกับประชาชนและผู้เดินทางเข้ามาในไทย มีช่องทางรับฟังความคิดเห็นของประชาชน มีการสื่อสารเชิงรุกกับเจ้าหน้าที่ อสม.ประชาชน เครือข่ายโรงแรมให้ทราบสถานการณ์ รวมถึงการเน้นย้ำมาตรการป้องกันโรคให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว “ นายศิริศักดิ์ กล่าว

///////////////////////////////

พื้นที่โฆษณา